ดวงดาวหายไป
posted on 22 Dec 2008 15:51 by nahmo1111
ดาวมากมายทักทายพวกเราอยู่ที่สวนหน้าบ้าน...
ไม่รู้เพราะว่าเป็นต่างจังหวัดห่างไกล หรือเพราะความเจริญหยุดชะงักชั่วคราวก็ไม่ทราบไฟฟ้าถึงได้ดับอยู่เป็นระยะ พ่อจึงมักจะเปรยทีเล่นอยู่เสมอว่า ‘สงสัยหมาจะฉี่รดเสาไฟฟ้า’ เพราะฝนไม่ตกแต่ไฟฟ้าดับบ่อยๆ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เห็นทีว่าต้องขอบคุณหมาตัวนั้นแล้วล่ะ เพราะช่วงเวลาแบบนี้มักจะทำให้เราออกมานอนเอกเขนกบนแคร่ที่สวนหน้าบ้านโดยมิได้นัดหมายทุกที
“บนฟ้ามีดาวกี่ดวง” น้องชายเอ่ยถามขณะที่เรานอนมองฟ้าอยู่ข้างๆ กัน
“ล้านล้านดวงมั้ง” คำตอบแบบไม่แน่ใจหลุดปากออกไป ก็ใครจะทราบได้จริงๆ เล่าว่าบนฟ้ามีดาวกี่ดวงกันแน่ บางทีมันอาจจะมีมากกว่าล้านล้านดวง หรือไม่ก็น้อยกว่าที่คิด แต่ไม่ว่าท้องฟ้าจะบรรจุดวงดาวไว้กี่ล้านดวง ทุกครั้งที่ได้นอนแหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้า หัวใจเราก็มักจะเคลิบเคลิ้มไปได้ทุกที
“นั่นคือทางช้างเผือก” พ่อชี้ให้ดู
“ทางช้างเผือกมีช้างกี่ตัว” น้องถาม พ่อได้แต่หัวเราะหึหึ ก่อนจะตอบว่านับไม่ถ้วน
“ถ้าดาวตกใกล้ๆ บ้านพ่อพาพวกเราไปเก็บสะเก็ดดาวหน่อยนะ”พ่อยิ้มก่อนจะตอบว่า
“ถ้าพ่อปลุก ตื่นให้ทันก็แล้วกัน”
2
เขาบอกว่าเขาชอบนอนดูดาว การนอนดูดาวทำให้เขาไม่เหงา เพราะรู้สึกเหมือนมีคนมากมายอยู่รายล้อม ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อน แต่พอได้ยินเขาพูด ก็อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยในใจ
เราอยู่ห่างจากเมืองหลายร้อยกิโล หลังจากสะสางภาระหน้าที่ให้ลงตัว เราก็ได้มาอยู่ไกลถึงที่นี่ แม้ที่จริงเราและเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนจะดั้นด้นกันมาเพียงเพราะต้องการอิ่มเอมกับธรรมชาติและกลิ่นอายของฤดูกาล แต่สิ่งที่ได้เป็นของแถมสำหรับค่ำคืนก็คือผืนดาวบนท้องฟ้าที่ไม่ได้เห็นเต็มตามานานหลายปี
“นั่นดาวลูกไก่” เขาชี้ให้ดู
“ไม่เห็นว่ามันจะเป็นลูกไก่ตรงไหน”
“แสดงว่าไม่เคยฟังนิทานเรื่องดาวลูกไก่” ทันทีที่ตอบว่าไม่เคย เขาก็เล่านิทานเรื่องดาวลูกไก่ให้ฟังเสียยืดยาว จนผู้ฟังอดถามไม่ได้ว่าดาวต้องมีเรื่องเล่าประจำตัวทุกดวงแบบนี้หรือเปล่า
“ดาวตั้งล้านดวงเนี่ยนะ”
“ก็แล้วมันกี่ล้านดวงกันล่ะ”
“อืม...ลองนับกันดูไหม”
3
ผมว่าตัวเองไม่ได้แหงนหน้ามองท้องฟ้าเวลากลางคืนมานานแล้วล่ะ บางทีอาจจะนานเป็นปีเลยก็ได้ หรือไม่ก็นานกว่านั้น ท้องฟ้าที่นี่เป็นสีส้มอมเทา พรมดวงดาวที่ผมเคยเห็นในอดีตถูกบดบังไว้ด้วยแสงไฟของชาวเมือง ท้องฟ้าเวลานี้จึงไม่มีดวงดาวมากมายมาคอยระยิบระยับทักทายตอนที่ผมแหงนหน้าขึ้นมอง ค่ำคืนในเมืองใหญ่ไม่ต่างอะไรกับการยืนลำพังเดียวดาย ไม่มีดวงดาว ไม่มีใครเลย...
edit @ 22 Dec 2008 17:05:02 by นะโม